บาปกรรมมีจริงนะ
เรื่องนี้ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
สมัยที่ท่านสร้างบ้านเสร็จใหม่ ๆ จะมีตุ๊กแกจิ้งจกมาเกาะเพดานกินแมลงแล้วก็ขี้ลงที่พื้นบ้าน ทำให้สกปรก
ท่านก็เลยใช้วิธีไล่มันโดยใช้ยางรัดของเส้นเล็ก ๆ ยิงไปให้ถูกตัวมัน ทำให้มันตกลงที่พื้น(ไม่ตาย)
ทำให้มันเวียนหัวเล่นจะได้จับเอาไปปล่อยนอกบ้านได้
ดังนั้นทุก ๆ วันท่านจึงมีหนังยางไว้ยิงจิ้งจกไว้ในมือ ซึ่งวัน ๆ ก็ยิงได้หลายตัว
อยู่มาวันหนึ่งพอท่านตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเวียนหัวบ้าง เดินไม่ได้ ต้องถูกหามไปส่งโรงพยาบาล
พอค่อยยังชั่วหมอก็ให้กลับบ้านโดยบอกไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร
แต่แล้วอาการมันก็เป็นอีกไม่หายสักที จนวันหนึ่งคนทำความสะอาดบ้านได้บอกท่านว่า
นี้มันเป็นกรรมของการใช้หนังยางยิงจิ้งจก ให้ท่านเลิกทำซะ
ท่านไม่เชื่อหรอกแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะหมอก็แก้ปัญหาให้ไม่ได้
ท่านก็เลยหยุดยิงจิ้งจก
เวลาผ่านไปได้สองสามวันอาการเวียนศรีษะก็หายเป็นปลิดทิ้ง โดยไม่ต้องไปพึ่งหมอเลย
เดี๋ยวนี้ท่านจะไม่ทำร้ายสัตว์แล้ว
แม้แต่แมลงที่บินเข้ามาในบ้าน หากมันหาทางกลับออกไปไม่ได้
ท่านจะค่อยประคองจับเบา ๆ ช่วยมันให้บินออกจากบ้านไป
เดี๋ยวนี้ท่านเชื่อสนิทเลยว่า บาปกรรมมีจริง ๆ และเวรกรรมตามมาทันจริง ๆ ในชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้าหรอก
เรื่องจริงของชีวิต............
การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด สามารถพัฒนาตนไปสู่ชาติภพอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นพรหมหรือเทวดา หรือเป็นเปรตตกนรกก็ได้ ผิดกับสัตว์เดรฉาน เช่น หมา แมว ที่ไม่มีโอกาสทำได้ดังมนุษย์ เพราะฉะนั้น จงใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเถิด
Tuesday, January 17, 2012
Friday, December 30, 2011
มะเร็งกับธรรมชาติบำบัด
ตั้งแต่ต้นตุลาห้าสี่ได้ละทิ้งแพทย์แผนปัจจุบันเข้าสู่ขบวนการธรรมชาติบำบัด กินยาสมุนไพร อาหารเจ สวดมนต์ไหว้พระ ภาวนา หาอกาศดี ๆ สูดเข้าเต็มปอด ออกกำลังกายตามสมควร ผลของซีทีสแกนครั้งสุดท้ายห่างจากช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาลสองเดือนนั้นพบว่า อาการไม่กำเริบ ตัวปัญหาใหญ่ตอบสนองต่อการรักษาอย่างสมบูรณ์ โรคเดิมคือความดัน(โลหิตนะไม่ใช่ดันทุลัง)และเก๊าท์ไม่แสดงอาการ แม้ผลตรวจเลือดครั้งสุดท้ายเมื่อยี่สิบะันวานี้ก็ออกมาดีทุกอย่างรวมทั้งค่าดัชนีมะเร็งด้วย นี่น่าจะยืนยันได้กับกรณีของคุณเชิด ทรงศรีที่ดูแลตนเองเมื่อพบว่ามะเร็งเจ้าเพื่อน(ทำให้)ยากได้มาเยี่ยมเยือนแล้ว คุณเชิด ทรงศรี ได้ใช้ธรรมชาติบำบัดอยู่นานห้าปีกว่า ๆ ก็พอใจที่ยืดอายุมาได้ก็เลยหันกลับเข้าสู่วิถีชีวิตปกติ คือการบริโภคเนื้อสัตว์เหมือนคนปรกติ ซึ่งภายในช่วงระยะไม่ถึงปีต่อมาคุณเชิด ทรงศรี ก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ในส่วนตัวแล้วคิดว่านี่คือทางเลือกที่คุณเชิด ทรงศรี ได้เลือกแล้ว คือเลือกที่จะมีชีวิตอยู่สักห้าปี เมื่อจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ดีแล้ว ก็เลือกที่จะละโลกนี้ไปอย่างมีความสุข บทสรุปตอนนี้ของฉันก็คือ ชีวิตมันยืนยาวต่อไปได้เท่าไรมันไม่สำคัญหรอก แต่ที่สำคัญคือ ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ ขอให้อยู่ได้อย่างครบอาการสามสิบสอง(ไม่ถูกตัดออกบ้าง เพิ่มเข้ามาบ้าง)และมีความสุขกับกิจประจำวัน ฉันว่าฉันพอใจพอเพียงแล้วนะ สิบ่อกไห่.........
Sunday, July 03, 2011
ลาภอันประเสริฐ
- มนุษย์เรานิช่างด้อยปัญญาเสียจริง ๆ โดยเฉพาะเราชาวพุทธ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงชี้ทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขให้ แต่หาได้ใส่ใจศึกษา นำมาปฏิษัติเพื่อให้บรรลุสิ่งปรารถนาสูงสุดในชีวิต นั่นคือความสุขกายสุขใจ เช่นดั่งตัวฉันที่ปล่อยผ่านเลยมาตั้งห้าสิบหกสิบปี จนบัดเดี๋ยวนี้ต้องมาทุกข์ทรมานกายทรมานใจอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
- พระพุทธองค์ได้ชี้แนวสว่างให้ปฏิษัติสำหรับการอยู่บนโลกอย่างมีความสุขในขั้นที่ปฏิษัติได้ไม่ยาก นั่นคือ ศีลห้า ซึ่งท่องจำได้ตั้งแต่เด็ก แต่หาได้เข้าใจ(เกิดปัญญ)เพื่อนำไปปฏษัติให้ถูกต้องไม่ กลับลุ่มหลงไปกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันขัดต่อข้อปฏิษัติที่ทรงแนะนำ เมื่อร่างกายยังแข็งแรงอยู่ก็ดูดีว่า ไม่น่าเป็นอะไรนะ ต่อเมื่อเลยวัยกำยำไปแล้ว สิ่งไม่ดีที่สะสมเอาไว้มันก็เร่มออกอารวาท เริ่มจากนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วหายไปเดี๋ยวกลับมา จนในที่สุดก็งานเข้าจนได้ ต้องทุกข์ทรมานกายจากการรักษาด้วยสารเคมีที่รุ่นแรงและรังษีที่ต้องฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าติดต่อกันตั้งยี่สิบสี่ครั้ง นี่แตค่เบาะ ๆ เพื่อให้มันยุบตัวลงหน่อย แล้วจะได้ผ่าตัดทิ้งไป และต้องรักษาต่อไปอีกเพื่อไม่ให้มันหวนกลับมาอีก
- อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นี่ช่างเป็นคำเตือนที่แสนจะประเสริฐ แล้วทำไมฉันจึงไม่ใส่ใจ ตั้งอยู่ในความประมาท จนต้องลำบากกายลำบากใจตัวเองและบุคคลรอบข้างต้องพลอยลำบากไปด้วย นี่แหละหนอผลของกรรม กฏแห่งกรรมนี่เป็นจริงเสมอ เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์พวกพร้อง มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย มีกรรมเป็นของของตน ....
Tuesday, June 28, 2011
เริ่มเสียที...........
และแล้วก็ได้เวลาที่จะสั่งให้เจ้ามะเร็งร้าย ถอยไปจากกายนี้เสียที หมอเริ่มดำเนินการแล้วดังนี้
- กระแทกด้วยรังษีก่อนวันละชุด ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์หยุดเสาร์อาทิตย์นิดหนึ่ง หมอกะว่ากระแทกสักยี่สิบสี่ชุดมันคงหงอยยุบตัวไป(เสร็จราว ๆ กลางเดือนกรกฏาคม)
- อัดสารเคมีทุกสิบห้าวัน เดือนหนึ่งต้องนอนให้ที่โรงพยาบาลสองครั้ง ชุดนี้จัดไว้หกครั้งจึงจะครบสูตร ถ้าร่างกายรับได้นะนี่ หากอ่อนแอเพราะผลของมันก็ต้องเลื่อนเวลาไปเรื่อย เจ้าสารเคมีจะทำให้ภูมิต้านทานลดลงไป ดังนั้นจึงออกไปในที่ชุมชนไม่ได้ คงต้องนอนดูจออยู่ที่บ้านละคราวนี้
- ตัดทำลายทิ้งเป็นขั้นตอนสุดท้าย(ถ้ามันยังไม่กระจายไปเป็นที่อวัยวะอื่น) มีปัญหาในการผ่าคัดที่ตำแหน่งมันอยู่ใกล้ปลายทวาลมากไปหน่อย อาจจะไม่สามารถเก็บทวารเอาไว้ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องเอาออกข้างลำตัวแทนทวาร ชีวิตที่เหลือไม่ต้องเบ่งขี้เลยมันไหลออกมาเอง แม่งอย่างนี้มันก็ขาดรดชาดของการปล่อยทุกข์ตอนเช้าไปซึ่งเป็นสุขอย่างยิ่งถ้าขี้ออกตามที่เบ่ง......
- ดำเนินการทุกขั้นตอนแล้ว คงมีชีวิตเพื่อรับใช้พระศาสนาได้อีกสักระยะหนึ่ง มีเวลาพัฒนาตนไปสู่ระดับที่เหนือโลก พ้นกิเลส พ้นตัวพ้นตน เข้าสู่สงบ อุเบกขาในที่สุด
- ชีวิตเราก็เท่านี้จริง ๆ
Friday, June 17, 2011
ปัญญาในระดับพุทธศาสนา
- ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นข้อปฏิบัติในการตัดอุปาทาน(ยึคมั่นถือมั่น)ของพุทธศาสนา เป็นคำสอนที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสสั่งสอนให้มนุษย์ได้ลดอุปาทาน เพื่อลดทุกข์ให้น้อยลงหรือหมดไป(นิพพาน) หมวดคำสอนนี้เรียกว่า ไตรสิกขา ส่วนในศาสนาอืน ๆ นั้นคำสอนมีแค่สองขั้นคือ ศีล สมาธิ ส่วนปัญญาไม่มี ในที่นี้จึงจะไม่กล่าวถึงศีลกับสมาธิ จะเน้าที่ตัวปัญญา
- ปัญญาในระดับพระพุทธศาสนานั้นไม่เหมือนกับปัญญาในระดับโลก แตกต่างกันมาก ปัญญาในระดับโลกเป็นแค่หลักเหตุผล ส่วนปัญญาในระดับพระพุทธศาสนานั้น ต้องเป็นการรู้แจ้งเห็นแจ้ง ด้วยการผจญสิ่งนั้น ๆ มาแล้วโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง(Spiritual-experience)จนฝั่งใจแน่วแน่ การจะได้มาซึ่งปัญญานี้ต้องอาศัยสมาธิอย่างยิ่งในการศึกษาเรื่องนั้น ๆ และสมาธิจะมีได้ก็ต้องอาศัยศีล คือการประพฤติดีประพฤติถูกต้องไม่ทำให้ใคร ๆ และตนเองต้องเดือดร้อน ดังนั้นการจะได้มาซึ่งปัญญาก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของไตรสิกขา ซึ่งแต่ละขั้นตอนก็อาศัยซึ่งกันและกัน สมาธิอาศัยศีลและศีลก็ต้องอาศัยสมาธิเพื่อให้พัฒนาในขั้นต่อ ๆ ไป
- ความรู้แจ้งเห็นแจ้งนี้เป็นความรู้แจ้งเห็นแจ้งในโลก(ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากการปรุงแต่ง) เมื่อเกิดปัญหาก็จะเกิดเบื่อหน่าย ครายความยึคมั่นถือมั่น เมื่อรู้แจ้งเห็นแจ้งบ่อย ๆ จนจำฝังใจแน่วแน่ ก็จะสามารถตัดความยึคมั่นถือมั่นทิ้งได้ เกิดสภาพสุญญตา(ว่างจากความยึคมั่นถือมั่น) นั่นคือสภาพนิพพาน นั่นเอง แล้วเรา ๆ ท่าน ๆ จะทำได้ไหม? บุคคลที่จะเข้าสู่สภาวะนิพพานได้มีอยู่แค่ พระอรหันต์ เท่านั้น
- พระอริยบุคคลในศาสนาพุทธมีอยู่ ๔ ระดับ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นบุคคลในโลกุตตรภูมิ อยู่เหนือโลก(โลกียภูมิ) คำว่าพระนิไม่ใช่นักบวชเท่านั้นนะ ใคร ๆ ก็ได้เมื่อมีคุ๕ณสมบัติครบ เช่น พ่อแม่เป็นพระพรหมของลูก ท่าสนพร้อมจะหนีจากโลกไปสู่โลกุตตรภูมิรึยัง?
- สรุปความจาก คู่มือมนุษย์ โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ
Monday, June 13, 2011
แผนการกำจัดเจ้ามะเร็ง
- พอทราบผลการครวจว่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เรียนปรึกษาคุณหมอในการดูแลรักษาต่อไป ด้วยความตั้งใจครั้งแรกว่าจะดำเนินการให้เสร็จที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อดูแผนที่คุณหมอกำหนดแล้ว ก็เกิดกลัวความลฃำบากที่จะทำให้ผู้ที่จะมาคอยช่วยเหลือแล้ว ฏ็ออกจะเห็นใจสงสาร เราคนป่วยคงต้องกัดฟันสู้จนถึงที่สุด แต่คนดูแลนี่สิ กลัวจะทนไม่ไหว เพราะแผนการรักษานั้นใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหกเดือนด้วยการให้คีโมสลับกับฉายรังสี ทุก ๆ สองสัปดาห์ การเดินยทางไปกลับมหาสารคามกรุงเทพไม่น้อยกว่าสิบสองรอบ ดูมันน่าจะทรมานไม่น้อย และปัญหาค่าใช้จ่ายก็น่าจะเป็นปัญหาหนักอกไม่น้อย เลยต้องกลับมารักษาใกล้บ้าน ซึ่งเป็นยโรงพยาบาลรัฐฯใช้ระบบเบิกตรงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และเดินทางไปกลับได้ภายในเวลาไม่มากนัก
- เมื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล กว่าจะรู้ผลแนวทางการรักษาก็เล่นเอาแทบลมจับ นั่งรนอหมอ พบหมอ ติดต่อแผนกรังษีเพื่อกำหนดวันฉายรังษี นัดหมายวันรับคีโม กว่าจะเสร็จได้ก็ล่วงเลยเวลาเกือบสี่โมงเย็น นี่แหละหนอระบบราชการไทย ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนก็รับประกันการบริการไม่ได้ แถมพยาบาลยังไม่ใส่ใจในรายละเอียดที่หมอสั่ง เอาแต่เขียนใบนัดแล้วให้กลับบ้าน ซึ่งวันนั้นหากไม่ย้ำกับหมอก็คงยังไม่ได้ตารางนัดหมายของแผนกรังษี แม้จะเป็นโรงพยาบาลฃใหญ่มีชื่อเสียงอย่างไร หากเป็นราชการแล้ว ข้าราชการที่ไม่ใส่ใจปฏิบัติหน้าที่ก็มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ เฮ้ย เหนื่อยจริง ๆ ให้ดิ้นสิ.....
- กลับจากรพ.นอนแมบ(เหมือนหมามันนอนตอนมันร้อน ๆ)อยู่วันเต็ม ๆ แล้วก็วางแผนต่อสู้กับการรับคีโม ซึ่งจะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่ได้รับ เพราะสารเคมีนอกจากทำลายเซลร้ายแล้วยังทำลายเซลดี ๆ ไปด้วย เอ เริ่มแผนการดีกว่า
- แผนด้านอาหาร จัดหาอาหารมังฯ เพื่อลดบทบาทของอาหารที่จะส่งเสริมเจ้าเซลร้าย กินได้อยู่สองวันดันซวยซ้ำอีก เพราะคนทำโดยรถชน เลยหันไปหาอาหารเจ เกิดเรื่องจนได้เพราะอาหารเจใช้โปรตีนจากถั่วเป็นหลัก กินแล้วทำให้ท้องอืด ถ่ายกากอาหารลำบากมาก ฮ่วย มันคือเป็นจั่งสิ.... เลยต้องไปหาอาหารเสริมมาช่วย ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายสีเขียว เอ็นชัวร์(เหมือนนมเด็กเลย แก่ป่านนี้แล้วยังดูดนมอีก...ฮิฮิ) กินยังไงน้ำหนักก็ไม่เพิ่มมีแต่จะลด เจ้าร้ายจริง ๆ นะมะเร็ง.........
- แผนด้านการออกกำลังกาย เดิมเคยเล่นเท็นนิสคงต้องงด เพราะร่างกายขณะนี้มันมีแต่กระดูกหุ้มด้วยหนังแถมเนื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ จากที่เคยมีกลฃ้ามเพราะเล่นเท็นนิส ตอนนี้มันลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว เลยเปลี่ยนมาเป็นการเดินในตอนเช้าให้เหงื่อออก ซึ่งดูดีพอสมควร ใครไม่เคยเดินติดต่อกันหลาย ๆ นาทีลองดูนะครับใช้ได้ดีทีเทียว ทำให้การถ่ายของเสียหลังเดินใหม่ ๆ ดูค่อยยังชั่วขึ้นนิดหนึ่ง
- จนบัดนี้เหลือเวลาแค่หกวันที่จะไปรับคีโม ดูสภาพแล้วไม่ได้ฟิตกว่าเดิมเลย แถมเกิดปัญหาใหม่ เนื่องจากเนื้อแก้มก้นมันลดไปมาก ทำให้กระดูกก้นกบมันสัมผัสอัดส่วนที่เหลือจนน่าจะเกิดอักเสบ ยืนก็เจ็บ นั่งก็เจ็บ ได้แต่นอนคว่ำหรือตะแคงขวา(มันเจ็บด้านซ้าย) เฮ้ มันจะมากไปแล้วนะโว้ย.........
Thursday, June 02, 2011
มะเร็ง เจ้าเพื่อน(ทำให้)ยาก
พยาธิธัมโมมหิ พยาธิงอนะตีโต เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรม จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้
พระธรรมคำสอนนี้เป็นจริงเสมอ ไม่มีใครหนีพ้นธรรมะข้อนี้ได้
อันตัวฉันก็เช่นเดียวกัน หนีไม่พ้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ได้พยายาม กินผักให้มาก ออกกำลังกายทุกวัน
ล่อสารต้านอนุมูลอิสระจากทุกแหล่งที่หาได้ แพงเท่าไรไม่สนใจ จนแล้วจนรอด
เจ้ามะเร็งมันก็ตามมาสมทบโรคความดันโลหิต(ไม่ใช่ดันทุลัง)สูง โรคเก๊สท์ อันเป็นเพื่อนกัมานับสิบปีแล้ว
เจ้าเพื่อนใหม่(มะเร็ง)นี่มันผิดแผกแตกต่างจากโรคอื่น ๆ ตรงที่มันโตขึ้นเรื่อย ๆ
และทำให้เสียเลือด มันกินอาหารจากเลือดแล้วยังไม่พอ แถมปล่อยเลือดเสียออกมาอีก
แม้มันร้ายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ต้นกำเนิดมันก็มาจากเซลดี ๆ ของเรานี่เอง
อยู่ ๆ ก็กลายพันธ์ไปเป็นเนื้อร้ายซะนี่ พอเป็นแล้วก็แตกตัวต่อไปเรื่อย ๆ
กินเนื้อของเราไปจนหมด เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
เพื่อนอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ ต้องกำจัดออก
นี่แหละมันทำให้ยาก(ลำบากกาย)ล่ะ
กำกัดได้เร็วที่สุดด้วยการตัดทิ้ง และดีที่สุด หากยังไม่รุกลามไปอวัยวะอื่น ๆ
ให้คีโมและฉายรังษี ค่อน ๆ ทำลายไปเรื่อย ๆ อันนี้แหละทรมานร่างกายมากกว่าผ่าตัด
แต่เจ้านี่มันตัวร้าย หมอบอกว่าตัดทิ้งแล้วกผ็อาจมาอีกได้ ต้องระมัดระวังคอยตรวจสอบทุก ๆ ปี
และมีอีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อท่านเจอกับเจ้ามะเร็งนี้แล้ว คือ
อยู่กับมันให้ได้ด้วยธรรมชาติบำบัด ปลงใจให้ได้ว่า ไม่ตายก็รอด
ขออย่าให้ทรมาน อยู่กับมันเหมือนเพื่อนร่วมชีวิต
คอยกดหัวมันไว้ด้วย อาหารดี อากาศดี อุจจาระดี ออกกำลังกายดี และอารมณ์ดี
และทำใจให้ได้ถึงขั้น ตถาตา มันเป็นเช่นนั้นเอง
ก็คงจะพออยู่กับเจ้าเพื่อน(ทำให้)ยากนี้ต่อไปได้อีกสักพักหนึ่ง
เพื่อสร้างคุณงามความดีที่ยังไม่ได้ทำ
พระธรรมคำสอนนี้เป็นจริงเสมอ ไม่มีใครหนีพ้นธรรมะข้อนี้ได้
อันตัวฉันก็เช่นเดียวกัน หนีไม่พ้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ได้พยายาม กินผักให้มาก ออกกำลังกายทุกวัน
ล่อสารต้านอนุมูลอิสระจากทุกแหล่งที่หาได้ แพงเท่าไรไม่สนใจ จนแล้วจนรอด
เจ้ามะเร็งมันก็ตามมาสมทบโรคความดันโลหิต(ไม่ใช่ดันทุลัง)สูง โรคเก๊สท์ อันเป็นเพื่อนกัมานับสิบปีแล้ว
เจ้าเพื่อนใหม่(มะเร็ง)นี่มันผิดแผกแตกต่างจากโรคอื่น ๆ ตรงที่มันโตขึ้นเรื่อย ๆ
และทำให้เสียเลือด มันกินอาหารจากเลือดแล้วยังไม่พอ แถมปล่อยเลือดเสียออกมาอีก
แม้มันร้ายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ต้นกำเนิดมันก็มาจากเซลดี ๆ ของเรานี่เอง
อยู่ ๆ ก็กลายพันธ์ไปเป็นเนื้อร้ายซะนี่ พอเป็นแล้วก็แตกตัวต่อไปเรื่อย ๆ
กินเนื้อของเราไปจนหมด เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
เพื่อนอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้ ต้องกำจัดออก
นี่แหละมันทำให้ยาก(ลำบากกาย)ล่ะ
กำกัดได้เร็วที่สุดด้วยการตัดทิ้ง และดีที่สุด หากยังไม่รุกลามไปอวัยวะอื่น ๆ
ให้คีโมและฉายรังษี ค่อน ๆ ทำลายไปเรื่อย ๆ อันนี้แหละทรมานร่างกายมากกว่าผ่าตัด
แต่เจ้านี่มันตัวร้าย หมอบอกว่าตัดทิ้งแล้วกผ็อาจมาอีกได้ ต้องระมัดระวังคอยตรวจสอบทุก ๆ ปี
และมีอีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อท่านเจอกับเจ้ามะเร็งนี้แล้ว คือ
อยู่กับมันให้ได้ด้วยธรรมชาติบำบัด ปลงใจให้ได้ว่า ไม่ตายก็รอด
ขออย่าให้ทรมาน อยู่กับมันเหมือนเพื่อนร่วมชีวิต
คอยกดหัวมันไว้ด้วย อาหารดี อากาศดี อุจจาระดี ออกกำลังกายดี และอารมณ์ดี
และทำใจให้ได้ถึงขั้น ตถาตา มันเป็นเช่นนั้นเอง
ก็คงจะพออยู่กับเจ้าเพื่อน(ทำให้)ยากนี้ต่อไปได้อีกสักพักหนึ่ง
เพื่อสร้างคุณงามความดีที่ยังไม่ได้ทำ
Subscribe to:
Posts (Atom)