ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่สุมาตราเมื่อวันที่ 26 ธค. 47 ทั้งมวล
นับเป็นภันพิบัติที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
ความสูยเสียชีวิตที่ประเทศไทยคงไม่น้อยกว่าสองพันราย
ส่วนบาดเจ็บและหมดเนื้อหมดตัวอีกไม่น้อยกว่าราย
ขอบคุณท่านนายกที่เข้าช่วยเหลืออย่างทันการณ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของการทำงานที่เฉียบไวของเมืองไทย
ขอประนามไอ้พวกที่ไม่ทำอะไร เอาแต่จะด่าว่ากล่าวคนทำงาน น่าไม่อาย ตอนที่ตนเองแลพวกทำหน้าที่
ไม่เห็นทำอะไรที่เป็นประโยชน์อย่างนี้
มีแต่จะรุมทึ่งเอาสมบัติของชาติ ไปสร้างความร่ำรวยให้ตนเองและพวก
กรณีล่าสุด โรงอบเมล็ดพืชที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้เป็นที่อยู่ขงองจิ้งจกและตุ๊กแก
ใครรวยไปบ้าง
บาปกรรมมีจริง ไม่นานหรอก แล้วจะสนองให้เห็น
รับรองว่าพวกขี้โกงเหล่านี้ยังไม่ทันตายหรอก
ต้องรับกรรมก่อน
ยามนี้ต้องให้กำลังใจ คนทำงาน
พลทหารไม่ได้หลับได้นอน แต่เจ้านายเอาแต่จะ...................
หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว คงต้องมาลงโทษกันบ้าง
คนกลุ่มแรกที่จะต้องรับโทษ คือ ข้าราชการกรมอุตุฯ ทำงานแบบอุตุจริง ๆ
บอกออกมาว่า รู้แล้วก่อนเกิดเหตุตั้งชั่วโมง
แต่ไม่คิดว่าจะเกิด Tsunami
คิดได้ตื้นจริง ๆ ผับผ่าสิ.....................................
การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น นับได้ว่าเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด สามารถพัฒนาตนไปสู่ชาติภพอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นพรหมหรือเทวดา หรือเป็นเปรตตกนรกก็ได้ ผิดกับสัตว์เดรฉาน เช่น หมา แมว ที่ไม่มีโอกาสทำได้ดังมนุษย์ เพราะฉะนั้น จงใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่นี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเถิด
Wednesday, December 29, 2004
Thursday, December 23, 2004
สงสารประเทศไทย...............
ประเทศไทยดูออกจะพัฒนาในด้านวัตถุมาก ๆ ทีเดียว
เขามีอะไร เราก็มีสิ่งนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่แค่ไหนก็ตาม เรามาในไม่กี่วันเท่านัน้
แต่การพัฒนาด้านสติปัญญา ด้านสังคมดูออกจะถดถ้อยลงไปเรื่อย ๆ
เห็นได้จากสังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งการบริโภค มากกว่าสังคมแห่งการสร้างสรร
คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น
จนอาจกล่าวได้ว่าเราจะหาอาสาสมัครรับใช้สังคมในเมืองไทยแทบไม่ได้เลย
ที่เห็นเย้ว ๆ ออกมาเรียกร้องสิ่งโน้นสิ่งนี้แก่ผู้อื่น นั้นล้วนแต่ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น
อาศัยสิ่งนี้เป็นเครื่องนำทางไปสู่อำนาจวาสนาทั้งนั้น
เห็นได้ชัดเจนเลยคือ กลุ่มคนเอ็นจีโอ ที่อ้างว่าทำเพื่อสังคม
แต่ที่สุดก็เพื่อตัวเองและพวกพ้อง เช่น นายเจิมศักดิ์
คนดีอาจจะมี แต่ก็น้อยมาก
เปรียบได้กับหิ่งห้อยที่ลอยอยู่ในเท็คในบาร์ เปล่งแสงยังไงก็สู้เขาไม่ได้
สงสารประเทศไทนจริง ๆ
วันก่อนได้ชมรายการคนค้นคนแล้วก็ได้ความรู้สึกดี ๆกลับมาเล็กน้อย
ขอยกย่อง ปาว หนุ่มน้อยชาวกาฬสินธุ์ ที่อุทิศตนเป็นอาสาสมัตรที่แท้จริง
ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและแรงเงินส่วนตัว
กระทรวงวัฒนธรรมควรมอบตำแหน่งเยาวชนดีเด่นให้ได้แล้ว
มัวไปงมหอยที่ไหนไม่ทราบ ปล่อยให้คนอื่นเขาค้นพบไปก่อน
เสียดายเงินเดือนจริง ๆ
และเมื่อเช้า ก็แวบมาอีกเรื่อง
ชาวนาที่ร้อยเอ็ด ปลูกข้าวพื้นเมืองพันธ์ เล้าแตก เพื่อให้ได้ข้าวไว้กินมาก ๆ และลงทุนต่ำ
ไม่มุ่งเน้นรายได้มาก ๆ จากหอมมะลิ ซึ่งลงทุนสูง
นี่ก็ควรมอบตำแหน่งบุคคลตัวอย่างให้ได้แล้ว
สถาบันการศึกษาน่าจะมาเรียนรู้จากเขานะ
เขาคิดได้ไง?
แล้วท่านไปงมโข่งตามก้นต่างชาติอยู่ได้ยังไง
ไม่รู้จักใช้ โยนิโสมนะสิการ กันเลย ..................................
เขามีอะไร เราก็มีสิ่งนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหม่แค่ไหนก็ตาม เรามาในไม่กี่วันเท่านัน้
แต่การพัฒนาด้านสติปัญญา ด้านสังคมดูออกจะถดถ้อยลงไปเรื่อย ๆ
เห็นได้จากสังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งการบริโภค มากกว่าสังคมแห่งการสร้างสรร
คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น
จนอาจกล่าวได้ว่าเราจะหาอาสาสมัครรับใช้สังคมในเมืองไทยแทบไม่ได้เลย
ที่เห็นเย้ว ๆ ออกมาเรียกร้องสิ่งโน้นสิ่งนี้แก่ผู้อื่น นั้นล้วนแต่ทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น
อาศัยสิ่งนี้เป็นเครื่องนำทางไปสู่อำนาจวาสนาทั้งนั้น
เห็นได้ชัดเจนเลยคือ กลุ่มคนเอ็นจีโอ ที่อ้างว่าทำเพื่อสังคม
แต่ที่สุดก็เพื่อตัวเองและพวกพ้อง เช่น นายเจิมศักดิ์
คนดีอาจจะมี แต่ก็น้อยมาก
เปรียบได้กับหิ่งห้อยที่ลอยอยู่ในเท็คในบาร์ เปล่งแสงยังไงก็สู้เขาไม่ได้
สงสารประเทศไทนจริง ๆ
วันก่อนได้ชมรายการคนค้นคนแล้วก็ได้ความรู้สึกดี ๆกลับมาเล็กน้อย
ขอยกย่อง ปาว หนุ่มน้อยชาวกาฬสินธุ์ ที่อุทิศตนเป็นอาสาสมัตรที่แท้จริง
ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและแรงเงินส่วนตัว
กระทรวงวัฒนธรรมควรมอบตำแหน่งเยาวชนดีเด่นให้ได้แล้ว
มัวไปงมหอยที่ไหนไม่ทราบ ปล่อยให้คนอื่นเขาค้นพบไปก่อน
เสียดายเงินเดือนจริง ๆ
และเมื่อเช้า ก็แวบมาอีกเรื่อง
ชาวนาที่ร้อยเอ็ด ปลูกข้าวพื้นเมืองพันธ์ เล้าแตก เพื่อให้ได้ข้าวไว้กินมาก ๆ และลงทุนต่ำ
ไม่มุ่งเน้นรายได้มาก ๆ จากหอมมะลิ ซึ่งลงทุนสูง
นี่ก็ควรมอบตำแหน่งบุคคลตัวอย่างให้ได้แล้ว
สถาบันการศึกษาน่าจะมาเรียนรู้จากเขานะ
เขาคิดได้ไง?
แล้วท่านไปงมโข่งตามก้นต่างชาติอยู่ได้ยังไง
ไม่รู้จักใช้ โยนิโสมนะสิการ กันเลย ..................................
Friday, December 10, 2004
ทะเลที่รัก...................
ช่วง 2-6 ธค. 47 มีโอกาสไปสูดอากาศ(เหม็นตุ ๆ)ที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก
เลียบแถบชายฝั่งไปตั้งแต่พัทยา-ระยอง-ตราด ลดความเซ็งไปได้หน่อยหนึ่ง
เช้า 2 ธค. 47 ออกเดินทางจากมหาสารคามบ้านเราตั้งแต่ 7.30 น.
แวะละเลียดข้าวเช้าที่บ้านไผ่ ปลั๊ม ปตท. ห้องน้ำสะอาด ควรแวะพักรถสักครึ่งชั่วโมง
ลดความเมือยล้าไปนิด พักสายตาสักหน่อย ล่อกาแฟสักแก้วก็โอเค
จากนั้นก็ละเรื่อยไปโคราช แวะซื้อของฝากที่เตียเมียเตียง นี่ก็ห้องน้ำสะอาด บะหมี่ใช้ได้ที่เดียว
รองท้องไปเบา ๆ เพื่อจะได้ไม้ต้องหาอาหารกลางวันหนัก ๆ
ได้ของฝากแล้วก็ไปต่อ คราวนี้ก็โน้นแหละสระบุรี
แวะปลั๊มเจ็ท เติมน้ำมันให้เต็มเข้าไว้ พักรถสักสิบกว่านาที
ยังไงอย่าลืมถอดกุญแจไปด้วยนะ เดี๋ยวหายไปพร้อมกับเมียและลูก
แล้วก็มุ่งสู่พัทยาโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ จ่ายค่าใช้ทางไปสี่ด่าน ๆ ละ สามสิบบาท
แล้วก็ถึงพัทยา เข้าพักโรงแรมโคซี่บีช แม่เจ้าโว้ยกว่าจะหาทางเข้าถึงโรงแรม
ใช้เวลาเป็นชั่วโมง วนไปวนมา แล้วมันเลี้ยวตรงไหนว่ะ
นี่น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไม่ค่อยมาพัก ดูออกจะเงียบ ๆ
ราคาไม่เหมาะกับคนไทยธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ
แถมบรรยากาศไม่เหมาะกับคนไทย เดินทางไปไหนมาไหนลำบากหากไม่มียานพาหนะไปเอง
ทุกอย่างมันราคาฝรั่ง แม้แต่รถสองแถว
ฉะนั้นถ้าไม่มีใครเรียกท่านว่าเศรษฐีแล้วละก็ อย่าไปพักดีกว่า
3 ธค. 47 ละเลงพัทยาไปได้หน่อยหนึ่ง
เช้าไม่ได้ไปไหน สบาย ๆ แถวโรงแรมนั่นแหละ
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวจีนดูออกจะคึกคักกว่าฝรั่งมั่งค่ามาก
เห็นเช่าเรือเร็วไปเที่ยวเกาะกัน ไปดำน้ำดูปะการัง
ราคาก็เงินเดือนซีห้าทั้งเดือนนั่นแหละ
บ่ายไปประชุมที่บ้านสุขาวดี ของบริษัทสหฟาร์ม ราคาสี่พันล้านบาท
แนวคิดไอเดียเรื่องครัวโลกนั้น่ายกย่อง และเหมาะกับประเทศไทย
รัฐน่าจะเดินทางเส้นนี้มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ
เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่ขาดการบำรุงรักษา
เราเดินทางผิดมานาน
บริเวณอาคารและอื่น ๆ จัดตกแต่งอย่างเลิศ
หากผ่านไปพัทยาอย่าลืมแวะเข้าไปสัมผัสบรรกาศของมหาเศรษฐีเมืองไทยนะครับ
เฉพาะราคาห้องน้ำนั้น สร้างบ้านให้ชาวบ้านเรา ๆ ได้ทั้งหมู่บ้านเลยล่ะ
ช่วงบ่ายได้แวะไปชมเมืองจำลอง เด็ก ๆ ไทยน่าจะได้เข้าไปศึกษากันนะ
เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก
มีเรื่องราวดี ๆ ของบ้านเราที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง
แต่เสียดายนิดหนึ่งที่การบำรุงรักษานั้นค่อยข้างละเลยไปนิด
มีจึุดที่ชำรุดหลายแห่ง ควรได้ซ่อมแซม โดยเฉพาะสีนั้นออกจะหมองไปนิด
เรือบินก็ไม่วิ่งแล้ว อดดูเลย
5 ธค. 47 และแล้วก็ต้องจากพัทยา มุ่งหน้าสู่ระยอง
ออกจากพัทยาประมาณ 8.00 น ไปตามถนนพัทยา-สัตหีบ
แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่ระยอง
ถนนชั่วสัตหีบ-ระยองนั้น ช่วงที่เดินทางมีอันตรายจากก้อนหินที่ตกเรี่ยราดบนถนน
กระจกหน้าเกือบแตกละเอียด
ขอให้ผู้เดินทางระมัดระวังช่วงที่มีรถวิ่งสวนทาง หรือมีรถแซง โดยเฉพาะรถออฟโรด
ไม่ทราบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบดูแลหายไปไหนหมด
ไม่มีการควบคุมรถขนหิน-ดิน-ทราย ให้คลุมผ้าใบ
ปล่อยให้วัสดุเหล่านั้นตกเรี่ยราดเป็นอันตรายต่อการเดินทาง
ยังไง ๆ ทำงานให้คุ้มกับเงินเดือนหน่อยนะครับ
ถึงระยองแล้วเลยออกนอกเมืองไปที่หาดแม่รำพึงเลย
แวะชายหาดที่เดิม เพื่อเล่นน้ำทะเลและกินข้าวเที่ยง
ขอชมเชยชาวหาดแม่รำพึงจริง ๆ หาดสะอาดกว่าเดิม
น้ำทะเลน่าเล่นมาก
ราคาอาหารก็พอทานได้สบาย ๆ เฉลี่ยคนละร้อยกว่าบาท
ทั้งหอย-กุ้ง-ปู และข้าวผัดหนึ่งจานกลาง
ออกจากหาดแม่รำพึงประมาณบ่ายสามโมงมุ่งหน้าสู่พิพิธพันธุ์สัตว์น้ำ
ที่สถานีประมงก่อนจะถึงบ้านเพ
ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จทั้งมวล เสร็จสมบูรณ์เฉพาะตัวอาคาร
ส่วนสัตว์น้ำนั้นยังมีไม่ครบทุกส่วน
โดยเฉพาะการแสดงของปลาโลมา
น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งแน่นอน
ขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนงบประมาณสร้างสิ่งดีๆ ให้คนจนได้มีโอกาสสัมผัส
เลียบแถบชายฝั่งไปตั้งแต่พัทยา-ระยอง-ตราด ลดความเซ็งไปได้หน่อยหนึ่ง
เช้า 2 ธค. 47 ออกเดินทางจากมหาสารคามบ้านเราตั้งแต่ 7.30 น.
แวะละเลียดข้าวเช้าที่บ้านไผ่ ปลั๊ม ปตท. ห้องน้ำสะอาด ควรแวะพักรถสักครึ่งชั่วโมง
ลดความเมือยล้าไปนิด พักสายตาสักหน่อย ล่อกาแฟสักแก้วก็โอเค
จากนั้นก็ละเรื่อยไปโคราช แวะซื้อของฝากที่เตียเมียเตียง นี่ก็ห้องน้ำสะอาด บะหมี่ใช้ได้ที่เดียว
รองท้องไปเบา ๆ เพื่อจะได้ไม้ต้องหาอาหารกลางวันหนัก ๆ
ได้ของฝากแล้วก็ไปต่อ คราวนี้ก็โน้นแหละสระบุรี
แวะปลั๊มเจ็ท เติมน้ำมันให้เต็มเข้าไว้ พักรถสักสิบกว่านาที
ยังไงอย่าลืมถอดกุญแจไปด้วยนะ เดี๋ยวหายไปพร้อมกับเมียและลูก
แล้วก็มุ่งสู่พัทยาโดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ จ่ายค่าใช้ทางไปสี่ด่าน ๆ ละ สามสิบบาท
แล้วก็ถึงพัทยา เข้าพักโรงแรมโคซี่บีช แม่เจ้าโว้ยกว่าจะหาทางเข้าถึงโรงแรม
ใช้เวลาเป็นชั่วโมง วนไปวนมา แล้วมันเลี้ยวตรงไหนว่ะ
นี่น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไม่ค่อยมาพัก ดูออกจะเงียบ ๆ
ราคาไม่เหมาะกับคนไทยธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ
แถมบรรยากาศไม่เหมาะกับคนไทย เดินทางไปไหนมาไหนลำบากหากไม่มียานพาหนะไปเอง
ทุกอย่างมันราคาฝรั่ง แม้แต่รถสองแถว
ฉะนั้นถ้าไม่มีใครเรียกท่านว่าเศรษฐีแล้วละก็ อย่าไปพักดีกว่า
3 ธค. 47 ละเลงพัทยาไปได้หน่อยหนึ่ง
เช้าไม่ได้ไปไหน สบาย ๆ แถวโรงแรมนั่นแหละ
นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและชาวจีนดูออกจะคึกคักกว่าฝรั่งมั่งค่ามาก
เห็นเช่าเรือเร็วไปเที่ยวเกาะกัน ไปดำน้ำดูปะการัง
ราคาก็เงินเดือนซีห้าทั้งเดือนนั่นแหละ
บ่ายไปประชุมที่บ้านสุขาวดี ของบริษัทสหฟาร์ม ราคาสี่พันล้านบาท
แนวคิดไอเดียเรื่องครัวโลกนั้น่ายกย่อง และเหมาะกับประเทศไทย
รัฐน่าจะเดินทางเส้นนี้มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ
เกษตรกรคือกระดูกสันหลังของชาติ แต่ขาดการบำรุงรักษา
เราเดินทางผิดมานาน
บริเวณอาคารและอื่น ๆ จัดตกแต่งอย่างเลิศ
หากผ่านไปพัทยาอย่าลืมแวะเข้าไปสัมผัสบรรกาศของมหาเศรษฐีเมืองไทยนะครับ
เฉพาะราคาห้องน้ำนั้น สร้างบ้านให้ชาวบ้านเรา ๆ ได้ทั้งหมู่บ้านเลยล่ะ
ช่วงบ่ายได้แวะไปชมเมืองจำลอง เด็ก ๆ ไทยน่าจะได้เข้าไปศึกษากันนะ
เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก
มีเรื่องราวดี ๆ ของบ้านเราที่น่าชมเป็นอย่างยิ่ง
แต่เสียดายนิดหนึ่งที่การบำรุงรักษานั้นค่อยข้างละเลยไปนิด
มีจึุดที่ชำรุดหลายแห่ง ควรได้ซ่อมแซม โดยเฉพาะสีนั้นออกจะหมองไปนิด
เรือบินก็ไม่วิ่งแล้ว อดดูเลย
5 ธค. 47 และแล้วก็ต้องจากพัทยา มุ่งหน้าสู่ระยอง
ออกจากพัทยาประมาณ 8.00 น ไปตามถนนพัทยา-สัตหีบ
แล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่ระยอง
ถนนชั่วสัตหีบ-ระยองนั้น ช่วงที่เดินทางมีอันตรายจากก้อนหินที่ตกเรี่ยราดบนถนน
กระจกหน้าเกือบแตกละเอียด
ขอให้ผู้เดินทางระมัดระวังช่วงที่มีรถวิ่งสวนทาง หรือมีรถแซง โดยเฉพาะรถออฟโรด
ไม่ทราบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบดูแลหายไปไหนหมด
ไม่มีการควบคุมรถขนหิน-ดิน-ทราย ให้คลุมผ้าใบ
ปล่อยให้วัสดุเหล่านั้นตกเรี่ยราดเป็นอันตรายต่อการเดินทาง
ยังไง ๆ ทำงานให้คุ้มกับเงินเดือนหน่อยนะครับ
ถึงระยองแล้วเลยออกนอกเมืองไปที่หาดแม่รำพึงเลย
แวะชายหาดที่เดิม เพื่อเล่นน้ำทะเลและกินข้าวเที่ยง
ขอชมเชยชาวหาดแม่รำพึงจริง ๆ หาดสะอาดกว่าเดิม
น้ำทะเลน่าเล่นมาก
ราคาอาหารก็พอทานได้สบาย ๆ เฉลี่ยคนละร้อยกว่าบาท
ทั้งหอย-กุ้ง-ปู และข้าวผัดหนึ่งจานกลาง
ออกจากหาดแม่รำพึงประมาณบ่ายสามโมงมุ่งหน้าสู่พิพิธพันธุ์สัตว์น้ำ
ที่สถานีประมงก่อนจะถึงบ้านเพ
ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จทั้งมวล เสร็จสมบูรณ์เฉพาะตัวอาคาร
ส่วนสัตว์น้ำนั้นยังมีไม่ครบทุกส่วน
โดยเฉพาะการแสดงของปลาโลมา
น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งแน่นอน
ขอบคุณรัฐบาลไทยที่สนับสนุนงบประมาณสร้างสิ่งดีๆ ให้คนจนได้มีโอกาสสัมผัส
Subscribe to:
Posts (Atom)