Sunday, May 22, 2005

วันวิสาขบูชา



วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา ได้ไปทำบุญที่วัด
เตรียมปิ่นโตพร้อมข้าวปลาอาหาร พร้อมครอบครัว
ถึงวัดประมาณสองโมงเช้า ผู้คนเริ่มมากหลายตา
ถ่ายปิ่นโตใส่สำรับกับข้าว เพื่อถวายพระสงฆ์รวมกับคนอื่น
ได้เวลาสองโมงครึ่ง หลวงพ่อ(พระสิทธิคุณ เจ้าอาวาส)ก็ขึ้นมาที่ศาลา
เริ่มพิธีสงฆ์ สวดมนต์ไหว้พระรับศีล ถวายภัตราหาร แล้วรับพร
ช่วงพระท่านสวดบทพาหุงฯนั้นเป็นช่วงกำหนดให้นำข้าวไปใส่บาตร
โดยธรรมเนียมแล้ว การใส่บาตรนั้น จะต้องเริ่มจากบาตรของพระผู้มีอาวุโสพรรษาก่อน
ซึ่งมักจะตั้งไว้ด้านขวามือเมื่อหันหน้าเข้าหาบาตร หรือหากจะสังเกตให้ชัดเจนก็คือ
โดยปกติบาตรพระแก่พรรษานั้นดูจะมีขนาดโตกว่าหรือดูดีกว่าบาตรของพระอ่อนพรรษา
ลองสังเกตดูนะครับ ผู้มีบารมีมากเครื่องใช้ส่วนตัวดูจะมีราศีตามไปด้วย
ดังนั้นจึงควรเข้าแถวแล้วใส่บาตรตามลำดับ อย่าใส่จากท้ายมาหัว
วันนี้ดูจะมีหลายท่านที่นาน ๆ ไปวัดที ออกจะไม่รู้ธรรมเนียมนี้
ทำให้แถวชนกัน เราเป็นชาวพุทธน่าจะเรียนรู้ธรรมเนียมด้วย
อย่าเป็นชาวพุทธเฉพาะในทะเบียนบ้านเท่านนั้น
วันนี้หลวงพ่อเทศนาเกี่ยวกับชาวพุทธในศรีลังกา ว่าในวันสำคัญทางพุทธศาสนาแล้ว
ชาวพุทธทั้งหมดจะสละเวลาไปทำบุญด้วยการปูเสื่อใต้ต้นไม้
แล้วสวดมนต์กันเจ็ดวันเจ็ดคืน ผู้มีอันจะกินก็จะตั้งโรงทาน
ผู้คนผ่านไปมาก็จะถูกเชิญให้มาแวะรับประทานอาหาร
อิ่มดีแล้วก็ไปสวดมนต์ต่อ ทำให้ประเทศร่มเย็นสงบสุข
ไม่เดือดร้อนวุ่นวายอย่างไทยเรา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นประเทศที่มีชาวพุทธมากมาย
เรื่องดี ๆ อย่างนี้น่าจะเอาเป็นตัวอย่างนะครับ
พระพุทธองค์ทรงสอนเราให้อยู่บนโลกนี้อย่างพอเพียง(เดินทางสายกลาง)
ไม่ตรึงและไม่หย่อนเกินไป ไม่เสพสุขอย่างโลกจนเกินเหตุ
เราจะมีชีวิตที่เป็นสุขบนโลกนี้ได้อย่างยาวนาน
แต่ดูออกจะผันผวนจากที่อ้างตนเองว่าเป็นชาวพุทธ
ชีวิตความเป็นอยู่ทุกวันนี้จึงออกจะสับสนวุ่นวายสิ้นดี
ผู้คนไม่รู้จักพอ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
มือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่โอบอ้อมอารีย์กับผู้ที่ด่อยกว่า
ทำบุญเอาหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่
นาน ๆ ไปวัดที เลยทำผิดประเพณีที่มีมาแต่เก่าก่อน
ตั้งใจไว้ว่าเย็นนี้จะไม่ไปเวียนเทียนที่วัด
แต่จะสวดมนต์ไหว้พระ(พุทธรูป)ที่บ้าน นั่วสมาธิฝึกอบรมจิตให้นิ่ง
ละความชั่วทั้งมวล
ขอกุศลกรรมครั้งนี้จงมีกับทุกท่านเทอญ....

0 comments: