Tuesday, April 29, 2008

Zalburge

5 ต.ค. 2550
อาหารเช้าก็แบบเดิม ๆ ไข่ต้มนับว่าหมดก่อนอย่างอื่น ๆ
แย้มที่นี่ออกจะเค็มไปนิด ขนมปังออกจะแข็งไปสำหรับคนไทย

กาแฟที่เยอรมันสู้ในโรงแรมที่เมืองไทยไม่ได้เลย ของเราดีกว่ามาก
เสร็จจากอาหารเช้าก็เดินทางไปโรงเรียนฝึกบิน(เครื่องบินเล็กและเครื่องร่อน)
ปรากฏว่าสภาพอากาศไม่อำนวย ฝนตกพร่ำ ๆ เลยอดบินกัน
พักปล่อยฉี่สักครู่ก็ออกเดินทางไป zalburge เมืองที่พบคนไทยมากที่สุด เพราะมาช๊อบปิ้งกัน
อาหารเที่ยงมื้อนี้ที่ zalburge ออกจะคล่องคอขึ้นบ้าง เพราะเรียกร้องไข่เจียวได้
หลังเติมพลังแล้วก็ออกเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนฝึกฝนอาชีพ ซึ่งใช้ระบบการศึกษาแบบ
ทวิภาคี ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่งเข้าเรียน
การใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่มีใช้ในโรงงาน โดยเรียนที่โรงเรียน 1 วัน
ไปฝึกงานที่โรงงาน 4 วัน จะเห็นได้ว่าคนเยอรมันนั้นส่วนใหญ่เรียนกันแค่ระดับอาชีวะ
เมื่อเข้าสู่โรงงานก็จะได้รับการส่งเสริมให้เรียนเฉพาะทาง คือปรับระดับฝีมือ
จากพนักงานทั่วไป ฝึกอบรมหรือเรียนตามหลักสูตรเพื่อเป็นพนักงานชำนาญการ
หลังจากนั้นก็จะเรียนหรือฝึกอบรมเป็นพนักงานชำนาญการพิเศษ และมีโอกาสฝึกอบรมเพื่อ
เป็นหัวหน้า(ผู้บริการระดับต้น กลาง สูง) เมื่อเปรียบเงินเดือนก็ไม่แตกต่างจากผู้ที่
สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญา เช่น วิศวกร ถ้าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
การทำงานมักจะไปประจำโครงการ เมื่องานเสร็จก็เปลี่ยนโครงการใหม่ อยู่ไม่ติดที่
ส่วนพวกจบอาชีวะจะเข้าโรงงาน แล้วเลื่อนระดับฝีมือและเงินเดือนขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่อยู่ติดที่
หลังจากนั้นก็ไปซื้อของฝากตามนิสัยไทย ๆ ซื้อกันชนิดเทกระเป๋าเลย
โดยเฉพาะเครื่องประดับซึ่งเขาว่ากันว่าถูกกว่าซื้อที่เมืองไทยเล็กน้อยพอประมาณ
ของฝากยอดฮิตอีกอย่างคือ ชอคโกแลทที่มีรูปโมสาร์ท เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของโมสาร์ท
ว่าซื้อซีดีโมสาร์ทสักแผ่น เห็นราคาแล้วซื้อไม่ลง พอ ๆ กับที่ขายในเมืองไทย
เลยตัดใจไม่ซื้อ หาโอกาสซื้อที่บ้านเราดีกว่า ไม่ต้องหอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเล
ผู้คนมาท่องเที่ยวกันมาก เพราะเป็นวันศุกร์ และหากเป็นวันอาทิตย์เขาจะปิดร้านกันหมด
เนื่องจากค่าแรงต้องจ่ายเพิ่มเป็นสี่เท่า ดังนั้นอย่าได้ไปเที่ยวในอาทิตย์เป็นอันขาด
เหนื่อแล้วก็เข้าที่พักโรงแรม panorama hotel ซึ่งอยู่ติดริมทางระหว่างเมือง

1 comments:

โปรแกรมเงินเดือน said...

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ