..หลังจากนั่งการบินไทยลำน้อย ๆ มาทั้งคืนยันรุ่งแล้ว ก็ถึงสนามบินสุวรรณภูมิซะที แล้วความจริงก็ปรากฎในเรื่องห้องสุขา ทุกคนก็มุ่งหน้ามาใช้ห้องสุขาที่พื้นดินมากกว่าบนเครื่อง(เวลาใช้งานมันแกว่งไป-มาไม่ค่อยถนัดเท่าใด) แม่เจ้าโว้ย! นี่เขาทำห้องสุขาให้คนไม่กี่สิบคนใช้รึเปล่า เพราะมีจำนวนห้องและเครื่องบริการน้อยมาก เดินอั้นฉี่มานานกว่าจะถึงห้องสุขาแต่พอโผล่หน้าเข้าไปก็ต้องตกใจ เพราะมีคนเข้าคิวรอฉี่เต็มห้อง เนื่องด้วยมีห้องส้วมและโถฉี่เพียงอย่างละ 2 ที่ คนลงเครื่องแต่ละลำก็สาม-สี่ร้อยคน มันจะไปพอเพียงได้ไง? น่าจะเอาคนออกแบบมาเขกกะโหลกสักสองสามทีนะ ทำได้...............

..หลังจากปล่อยของเสียแล้วก็ไปเช็คอินเข้าเมืองไทย ก็ง่าย ๆ ไม่รอนานเปิดไว้หลายช่อง ลากกระเป๋าเข้าไปเพื่อไปรอรถต้องผ่านร้านจำหน่ายสินค้า ซึ่งกินพื้นที่เกือบทั้งหมดเลย สินค้าปลอดภาษีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะสุราต่างประเทศ ยืมพลาสปอร์ทกันวุ่นวายเพื่อใช้สิทธิ์ซื้อได้เล่มละขวด นี่เป็นห่วงสังคมไทยมาก เพราะไม่ว่าจะเรียนมาระดับใดก็ตาม ยังหลงไหลในรสสุราเหมือนไม่ได้ผ่านการศึกษามา เรามีคำสอนที่จะทำให้พ้นทุกข์ที่ทั่วโลกเขากำลังนำไปใช้กัน แต่พวกเราเองกลับไม่สนใจนำมาใช้ เรามันสังคมไม่มีศาสนาที่แท้จริง มีเฉพาะในทะเบียนบ้านเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สุราในบ้านเราจึงขายได้เป็นล่ำเป็นสัน และผู้คนก็หลงใหลในรสสุราจนขาดสติ อุบัติเหตุที่เกิดจากสุราจะมีคนตายมากกว่าการเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศอิรักเสียอีก
..หลังจากจ่ายจนกระเป๋าแห้งแล้วก็ออกมารอรถที่ด้านหน้า ซึ่งก็ออกจะร้อน เพราะบริเวณรอรถเป็นช่วงอาคารโล่ง ๆ มีพื้นที่นิดหน่อย การที่จะนั่งรอรถออกจะคับแคบพอควร และแถมมีแท็กซี่อิทธิพลมาจองทางเดินให้บริการอีก เลยคับแคบไปใหญ่ น่าจะปรับปรุงให้เหมือนดอนเมืองจะให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสารพอสมควร รถมาแล้วก็รีบขึ้นรถไปเพื่อกลับบ้าน..ไม่มีความสุขใดเท่ากับการได้กลับมาถึงบ้านเสียที เพราะคิดถึงเมียเหลือเกิน..............
0 comments:
Post a Comment