Sunday, July 03, 2011

ลาภอันประเสริฐ


  • มนุษย์เรานิช่างด้อยปัญญาเสียจริง ๆ โดยเฉพาะเราชาวพุทธ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงชี้ทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีสุขให้ แต่หาได้ใส่ใจศึกษา นำมาปฏิษัติเพื่อให้บรรลุสิ่งปรารถนาสูงสุดในชีวิต นั่นคือความสุขกายสุขใจ เช่นดั่งตัวฉันที่ปล่อยผ่านเลยมาตั้งห้าสิบหกสิบปี จนบัดเดี๋ยวนี้ต้องมาทุกข์ทรมานกายทรมานใจอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

  • พระพุทธองค์ได้ชี้แนวสว่างให้ปฏิษัติสำหรับการอยู่บนโลกอย่างมีความสุขในขั้นที่ปฏิษัติได้ไม่ยาก นั่นคือ ศีลห้า ซึ่งท่องจำได้ตั้งแต่เด็ก แต่หาได้เข้าใจ(เกิดปัญญ)เพื่อนำไปปฏษัติให้ถูกต้องไม่ กลับลุ่มหลงไปกับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันขัดต่อข้อปฏิษัติที่ทรงแนะนำ เมื่อร่างกายยังแข็งแรงอยู่ก็ดูดีว่า ไม่น่าเป็นอะไรนะ ต่อเมื่อเลยวัยกำยำไปแล้ว สิ่งไม่ดีที่สะสมเอาไว้มันก็เร่มออกอารวาท เริ่มจากนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วหายไปเดี๋ยวกลับมา จนในที่สุดก็งานเข้าจนได้ ต้องทุกข์ทรมานกายจากการรักษาด้วยสารเคมีที่รุ่นแรงและรังษีที่ต้องฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าติดต่อกันตั้งยี่สิบสี่ครั้ง นี่แตค่เบาะ ๆ เพื่อให้มันยุบตัวลงหน่อย แล้วจะได้ผ่าตัดทิ้งไป และต้องรักษาต่อไปอีกเพื่อไม่ให้มันหวนกลับมาอีก

  • อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ นี่ช่างเป็นคำเตือนที่แสนจะประเสริฐ แล้วทำไมฉันจึงไม่ใส่ใจ ตั้งอยู่ในความประมาท จนต้องลำบากกายลำบากใจตัวเองและบุคคลรอบข้างต้องพลอยลำบากไปด้วย นี่แหละหนอผลของกรรม กฏแห่งกรรมนี่เป็นจริงเสมอ เรามีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์พวกพร้อง มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย มีกรรมเป็นของของตน ....

0 comments: